<@Eng2Me@>
Free Web Site - Free Web Space and Site Hosting - Web Hosting - Internet Store and Ecommerce Solution Provider - High Speed Internet
Search the Web

    Recovery Rate (L/h)     =    ขนาดของปั๊มความร้อน (kW) x 861 x ( T น้ำในถัง ° C – T น้ำร้อนป้อน° C)
                                                  = ……………………………. x 861 x (……………… - …………………)
                                                  =……………………………..(L/h)

    กรณีการใช้ปั๊มความร้อนในโรงแรม
        -
เมื่อชั่วโมงการทำงานของปั๊มความร้อนต่ำกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน
   
ขนาดถังน้ำ (L)     = Recovery Rate (L/h) x 2.0 h
                                = ………………………x……..
                                = …………………………(L)
        -
เมื่อชั่วโมงการทำงานของปั๊มความร้อนมากกว่าหรือเท่ากับ 10 ขั่วโมงต่อวัน
   
ขนาดถังน้ำ (L)     = ปริมาณการใช้น้ำ (L/day) x (0.036 x ชั่วโมงการทำงานต่อวัน (h/day) – 0.24)
                                = …………………………..x. (0.036 x ………………………………… - 0.24)
                                = ………………………….(L)
   
กรณีการใช้ปั๊มความร้อนในคอนโดมีเนียม
        -
เมื่อชั่วโมงการทำงานของปั๊มความร้อนน้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน
   
ขนาดถังน้ำ (L)      = Recovery Rate (L/h) x 1.75 h
                                 = ……………………….x………
                                 = …………………………(L)

        - เมื่อชั่วโมงการทำงานของปั๊มความร้อนน้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน
   
ขนาดถังน้ำ (L)     = ปริมาณการใช้น้ำ (L/day) x (0.03 x ชั่วโมงการทำงานต่อวัน (h/day) – 0.28)
                                = …………………………...x (0.03 x …………………………………- 0.28)
                                = …………………………..(L)

        36.5-37.5° C อุณหภูมิร่างการปกติ
        25° C
อุณหภูมิน้ำปกติ
        40° C
อุณหภูมิน้ำอุ่นเฉลี่ยปลายทางib
        34 ° C
อุณหภูมิน้ำอุ่นสำหรับเด็กและผิวบอบบาง
        37-39° C
อุณหภูมิน้ำอุ่นก่อนออกกำลังกาย อาบ 3-4 นาที ช่วยอุ่นกล้ามเนื้อไม่ให้เมื่อยหรือเพลียง่าย 43-46° C อุณหภูมิน้ำอุ่นสำหรับหลังออกกำลังกาย         ขจัดความอ่อนเพลียร่างกายและทำให้จิตใจสงบ
        36-42° C
อุณหภูมิน้ำอุ่นสำหรับก่อนนอน ช่วยผ่อนคลายเส้นประสาทเหมาะสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ
        50° C
อุณหภูมิที่ต้นทางที่ต้องรักษาไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อฆ่าเชื้อ Regenera

1.       ปั๊มความร้อนแบบในครัวเรือนควรเลี่ยงการใช้งานปั๊มความร้อนในครอบครัวที่มีการใช้น้ำร้อนน้อยมาก

2.       เลี่ยงการใช้ลมเย็นจากปั๊มความร้อนในเขตที่มีการทำความร้อนบริเวณนั้นด้วยขดลวดความร้อน

3.       ระหว่างที่มีการใช้งานต้องมีการบำรุงรักษา เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการใช้งานในพื้นที่ที่บำรุงรักษายาก

4.       ไม่ใช้ในห้องปิดที่ไม่มีการระบายหรือรั่วไหลของอากาศเลย

5.       ไม่ติดไว้นอกตัวบ้านที่อุณหภูมิต่ำมาก

1.       ใช้แทนการต้มน้ำด้วยขดลวดไฟฟ้าและหม้อไอน้ำ

2.       เหมาะกับการใช้งานในเขตที่ค่าพลังงานไฟฟ้าแพงเมื่อต้องทำงานแทนการต้มน้ำด้วยขดลวดไฟฟ้า

3.       ในเขตเมืองร้อนหรือเมืองหนาวที่ต้องการอุปกรณ์ระบายอากาศ

4.       ในกรณีที่ต้องการเลี่ยง peak load เพราะสามารถเลือกเวลาเดินเครื่องได้

5.       ในเขตที่มีความง่ายที่จะต่อท่อเพื่อเอาอากาศเย็นจากปั๊มความร้อนและอากาศจากภายนอกที่จะใส่เข้าไปใหม่เพื่อจะทำให้เย็นในการปรับอากาศ

6.       ปกติแล้วจะใช้ปั๊มความร้อนได้เมื่ออุณหภูมิภายนอกอาคารต้องไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส

1.       ชนิดของปั๊มความร้อน

2.       เลี่ยงบริเวณที่อาจเกิดการแข็งตัวในช่วงหน้าหนาวของประเทศที่มีหิมะตก

3.       การใช้ประโยชน์ความเย็นที่ได้จากด้านอีแวปเปอร์เรเตอร์ต้องไม่มากเกินความจำเป็นในพื้นที่นั้น ๆ

4.       ความเพียงพอของถังเก็บน้ำเดิมและพื้นที่ติดตั้งถังใหม่ถ้าจำเป็น

5.       พื้นที่ติดตั้งปั๊มความร้อน

6.       จะเกิดการกลั่นตัวของหยดน้ำระหว่างการใช้งานหรือเปล่า

7.       ความชำนาญผู้ติดตั้งมีผู้รับผิดชอบงานด้านการบำรุงรักษาหรือเปล่า

        ปั๊มความร้อนก็คือระบบปรับอากาศที่ใช้งานด้านความร้อนเป็นหลักฉะนั้นสารทำความเย็น (Refrigerant) หรือที่เรียกว่าน้ำยาก็คือตัวเดียวกัน คือตัวกลางในการถ่ายเทความร้อนและบางครั้งก็ถูกเรียกว่า สารทำงาน (Working Substance) หรือ (Working Fluid) คุณสมบัติของสารทำความเย็นจะมีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น

    - ฟรีออน 12 (R-12) เป็นสารที่ใช้กันแพร่หลายในอดีตเนื่องจากคุณสมบัติที่ดีคือไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ไม่ติดไฟ ไม่ระเบิดง่าย แต่สลายตัวได้ยากมาก และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเครื่องแต่ผสมกับน้ำมันเครื่องได้ดี มีความต้านทานไฟฟ้าสูง ความหนาแน่นไอสูง เหมาะสมกับงานทุกระดับอุณหภูมิ และใช้ได้กับคอมเพรสเซอร์ทุกชนิด และใช้ได้กับคอมเพรสเซอร์เกือบทุกชนิด แต่หลังปี 1992 และ 1993 ที่มีการคำนึงเกี่ยวกับสาร HCFCไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน ว่ามีคลอรีนเป็นตัวทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ก็เริ่มมีการจำกัดการใช้งาน (R-12 ในภาชนะปิดที่อุณหภูมิ 81 องศาเซลเซียสจะมีความดัน 85 psi)

    - ฟรีออน 22 (R-22) เป็นสารอีกชนิดหนึ่งที่ปลอดภัยและแพร่หลายในปัจจุบัน นิยมใช้กับงานอุณหภูมิต่ำที่สภาวะเดียวกัน ฟรีออน 22มีความร้อนแฝงสูงกว่าฟรีออน 12 และมีอุณหภูมิระเหยต่ำกว่าฟรีออน 12 รวมทั้งความดันไอสูงกว่าฟรีออน 12 ดังนั้นคอมเพรสเซอร์ที่ใช้ฟรีออน 22 จะมีอัตราส่วนความอัด (Compression Ratio) ค่อนข้างสูง จึงต้องระบายความร้อนด้วยน้ำ ไอของมันมีความหนาแน่นสูงกว่าฟรีออน 12 ทำให้ขนาดคอมเพรสเซอร์เล็กลงและขนาดท่อเล็กลงด้วย ฟรีออน 22 ผสมกับน้ำมันเครื่องได้ดีที่อุณหภูมิสูง แต่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0° F จะไม่ผสมกับน้ำมันเครื่องแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าออกแบบท่อดูดให้เหมาะสม มักใช้กับงานปรับอากาศขนาด 10 ton,20 ton, และมากกว่าหรือเท่ากับ 30 ton ถ้านำ R-22 ใส่ในภาชนะปิดที่อุณหภูมิ 81 องศาเซลเซียสจะมีความดัน 145 psi (ฉะนั้นจะนำไปปนกับ R-12 ไม่ได้)

    - ฟรีออน 134a (R-134a) เป็นน้ำยาที่ดีที่สุดในด้านสิ่งแวดล้อม เพราะทำลายชั้นโอโซนน้อยที่สุด แต่เนื่องด้วยคุณสมบัติต่างจาก R-12 และ R-22 มาก จึงถูกใช้แทนที่ R 22 อย่างช้า ๆ เพราะการออกแบบที่ต่างกัน ฟรีออน 12 หรือ R – 12 นั้นคือ CCl2F2 หรือเรียกชื่อทางเคมีว่า Dichlorodifluoromethane

    - CO2 กำลังถูกพัฒนาให้เป็นสารทำงานตัวใหม่ในระบบปั๊มความร้อน ซึ่งได้มีการพัฒนาชุดต้นแบบในหลาย ๆ ประเทศ คาดว่าในอนาคตจะเป็นที่นิยม

    ที่มาของ R คือ Refrigerant และเลข 12 มาจาก 012 โดยแต่ละตำแหน่งมีความหมายดังนี้
   
ตำแหน่งที่ 1 คือจำนวนอะตอมคาร์บอน – 1                                 ฉะนั้น 1 - 1 = 0 ตำแหน่งแรกก็เป็น 0 หรือไม่เขียน
   
ตำแหน่งที่ 2 คือจำนวนอะตอมของไฮโดรเจน + 1                         ฉะนั้น 0 +1= 2 ตำแหน่งแรกก็เป็น 1
   
ตำแหน่งที่ 3 คือจำนวนอะตอมของฟลูออรีน                                 ฉะนั้นเท่ากับ 2
   
ความรู้ประกอบเกี่ยวกับการดูน้ำยาจากไซท์กลาสส์ (Sight Glass)
   
การสังเกตว่าสารทำความเย็นในไซท์กลาสส์หรือที่เรียกกันว่าตาแมวอยู่ในระดับปกติหรือไม่ดูได้ดังนี้
                                                                                                         
   
น้ำยาเป็นฟองเล็กน้อยตามปกติและกระจายตัวน้อย                                     น้ำยาเป็นฟองไม่สม่ำเสมอกระจายตัวมาก
   
น้ำยาด้าน high pressure ร้อนแต่ low pressure เย็น                        น้ำยาด้าน high pressure อุ่นแต่ low pressure เย็น
   
ความดันน้ำยาสองด้านปกติ                                                                      ความดันน้ำยาสองด้านค่อนข้างต่ำ
                                                                                                        
    น้ำยาเป็นฟองเล็ก ๆ สม่ำเสมอกระจายตัวมาก                                              น้ำยาไม่มีฟอง
   
อุณหภูมิน้ำยา high และ low pressure ไม่แตกต่าง                               น้ำยาด้าน high อุณหภูมิสูงและ low pressure ค่อนข้างสูง
   
เนื่องจากน้ำยาด้าน high pressure ต่ำกว่าปกติ                                       เนื่องจากน้ำยาในระบบมากกว่าปกติ

    ค่าบำรุงรักษาปั๊มความร้อนใหม่นั้นมีตั้งแต่ถูกมากจนถึงแพงมากแล้วแต่การออกแบบ โดยปกติแล้วการบำรุงรักษาที่ดีที่สุดคือการทำ Preventive Maintenance อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อปี แต่ถึงกระนั้นการชำรุดของคอมเพรสเซอร์และปั๊มน้ำก็อาจเกิดขึ้นได้จากเหตุสุดวิสัย แต่ถ้าใช้งานอย่างถูกต้องจริง ๆ แล้วก็จะใช้ได้นาน

    การบำรุงรักษาปั๊มความร้อนนั้นทำได้ไม่ยากโดยการ

- ตรวจสอบการหยดของคอนเดนเสททุก 6 เดือน
-
ตรวจสอบเกี่ยวกับน้ำมันหล่อลื่น พัดลม และมอเตอร์ ทุก 6 เดือน

    พลังงานแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรกคือพลังงานสิ้นเปลืองหรือพลังงานฟอสซิล ซึ่งถ้าไม่ขุดขึ้นมาใช้ก็จะเรียกว่าพลังงานสำรอง และประเภทที่สองคือพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานใช้ไม่หมดคือใช้งานได้ไม่หมดหรือสร้างทดแทนได้ พลังงานแสงอาทิตย์ก็จัดเป็นพลังงานที่ใช้ไม่หมดซึ่งโลกได้รับและทำให้บรรยากาศโลกร้อนที่อุณหภูมิระดับหนึ่ง นั่นหมายถึงอุณหภูมิอากาศรอบ ๆ ตัวเราก็จะร้อนเช่นกัน ตัวอย่างเช่นประเทศไทยซึ่งมีอุณหภูมิอยู่ในช่วงประมาณ 28 – 34 องศาเซลเซียส เพราะอุณหภูมิคือ การบอกระดับความร้อนหรือกล่าวได้ว่ามีพลังงานความร้อนอยู่ในอากาศนั่นเอง ซึ่งความร้อนที่สะสมอยู่ในอากาศ ถ้านำมาใช้ก็จะเรียกได้ว่าพลังงานความร้อนในอากาศนั้นเป็น Infinity Energy พลังงานอนันต์ เพราะอากาศที่มีความร้อนสะสมอยู่นั้นมีอยู่ทั่วไป (Prevalent) แตกต่างกันก็เพียงมีความร้อนสะสมอยู่มากหรือน้อย นอกจากนั้นพลังงานที่ได้จากความร้อนของแสงอาทิตย์ยังอาจเรียกว่า Fresh Energy เพราะไม่ต้องอาศัยเวลานานเหมือนพลังงานจากทรัพยากรชนิดอื่น ๆ อย่างเช่นน้ำมันหรือถ่านหินที่เป็น Conventional Energy แสงอาทิตย์ใช้เวลาเพียงประมาณ 8 นาทีในการเดินทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลกบางคนอาจจะคิดว่าถ้าเป็นเมืองหนาวก็แปลว่าจะไม่สามารถนำพลังงานจากอากาศมาใช้ได้ แต่ความจริงแล้วอากาศเย็นที่อุณหภูมิต่ำ ๆ ก็มีพลังงานอยู่เช่นกันในรูปของความเย็น ตัวอย่างการใช้งาน Infinity Energy ในเขตเมืองร้อนคือการทำน้ำร้อนด้วยการใช้ Heat Pump และในทางกลับกันในเขตเมืองหนาวก็สามารถนำความเย็นมาใช้ในตู้แช่ถนอมอาหารที่ต้องการความเย็นได้เช่นกัน 

    อาทิตย์แต่ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ต้องใช้แสงแดดตลอดเวลาจึงจะได้พลังงาน แต่ระบบปั๊มความร้อนสามารถทำงานได้ตลอดเวลาแม้ไม่มีแสงแดดเพราะอาศัยเพียงความร้อนทีมีอยู่ในอากาศ(ทุกระดับอุณหภูมิ) ด้วยเหตุนี้ระบบแสงอาทิตย์จึงต้องมีชุดขดลวดไฟฟ้าสำรองในการทำความร้อน ฉะนั้นในช่วงหน้าฝนระบบการทำน้ำร้อนสำรองด้วยชุดขดลวดไฟฟ้าก็จะทำงานมาก ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง ส่วนการทำน้ำร้อนโดยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้อยู่ในรูปของพลังงานไฟฟ้า (ที่ต้องมีเซลล์แสงอาทิตย์ราคาแพงและแบตเตอรีสำรองไฟซึ่งต้องใช้งานให้ถูกต้องจึงจะมีอายุการใช้งานยาวนาน) นั้นเป็นไปไม่ได้เพราะพลังงานไฟฟ้าที่ได้ไม่เพียงพอ

1 Earl F Allen, Jr.Kmc, Uscg– R12, R22, and R134a
2
สุนีย์ คูวัฒนาชัย, การทำความเย็นและการปรับอากาศ, ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล, คณะวิศวกรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ หาดใหญ่
3 Martin W. Stockel, Martin T Stokel, Chris Johanson, Auto Service and Repair, The goodheart – wilcix Co. Inc. Illinois, 1996
4 IEA Heat Pump Center
5 Applied Heat Pump System, 1984 ASHARE SYSTEM HAND BOOK
6 Federal Technology Alert ,Residential Heat Pump Water Heaters, www.pnl.gov/fla/3_res.htm
7
ตารางขนาดปั๊มความร้อนจากบริษัท BTP
8 Charles M. Gay, charles D.V. Fawcett, william J.McGuinness. MECHANICAL AND ELECTRICAL EQUIPMENT FOR BUILDINGS, 3rd Edition. JOHN WILLEY &SONS,INC., NEW YORK 1958, page 45 (Original: Heating, Ventilating, Air Conditioning Guides, 1953, page 1056.)